Blog

16/9/57


ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกๆบ้านจะต้องมีมือถือกันอย่างน้อยหนึ่งเครื่องเป็นอย่างต่ำ และนอกจากนี้ก็จะมีเบอร์บ้าน, จานแดง True Visions, แพ็กเกจอินเตอร์เน็ต Hi-Speed ซึ่งทุกๆสิ้นเดือนที่เราต้องการที่จะไปจ่ายบิลค่าบริการต่างๆเหล่านี้ที่ศูนย์บริการก็อาจจะเบื่อที่จะต้องรอคิว หรือจำไม่ได้ว่าจ่ายบิลไหนไปบ้างแล้ว แต่วันนี้จะสะดวกสบายขึ้นมากเมื่อเราสามารถทำขั้นตอนต่างๆเองได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเช็คยอดค่าบริการ, เช็คจำนวนการใช้งานดาต้า (Fair Usage) ของเรา, ชำระค่าบริการ, เติมเงินมือถือ หรือใช้งานบริการอื่นๆ เช่น สมัครแพ็กเกจเสริม ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่านทาง True iService ครับ
การใช้งาน
การใช้งาน True iService นั้นจะสามารถเข้าใช้งานได้ง่ายๆ ผ่านทาง 2 ช่องทางก็คือ เข้าผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ [Android] และ [iOS] หรือเข้าใช้งานผ่านทางเว็บไซต์ True iService และทำการสมัครโดยใช้แค่อีเมล์หรือเบอร์โทรศัพท์
แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ
เมื่อทำการล็อกอินแอป True iService บนมือถือก็จะพบกับหน้าที่มีการสรุปยอดบิลต่างๆของเราที่จะต้องจ่าย ซึ่งก็มีให้ครบทุกบริการที่เรามีครับ ซึ่ง True iService จะแจ้งให้เราทราบค่าใช้จ่ายของเราในทุกบริการ
ในส่วนของค่าบริการนั้น บนแอป True iService จะแบ่งบริการที่เรามีเป็นแท็บๆให้เห็น สามารถเลื่อนไปดูได้เลยว่าค่าบริการที่เราค้างชำระของทั้ง True, Truemove H, True Visions, True Online หรือบริการอื่นๆ นั้นมีเท่าไหร่บ้าง
แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ
(รูปแสดงค่าบริการของ Truemove H)
แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ
(รูปแสดงค่าบริการของเบอร์บ้าน True และอินเตอร์เน็ต True Online)
ชำระค่าบริการเองง่าย สะดวก ทำได้เองผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น
ซึ่งในส่วนของการจ่ายค่าบริการนั้นเราสามารถจ่ายได้ทันทีผ่านบัตรเครดิตเท่านั้น โดยจ่ายได้โดยตรงผ่านทางแอป True iService ได้เลยครับ โดยแตะเลือกที่ปุ่ม Pay ระบบก็จะนำเราไปสู่หน้าของการจ่ายค่าบริการผ่านทางบัตรเครดิตได้ทันที ซึ่งสะดวกและรวดเร็วมาก รวมถึงประหยัดเวลาไม่ต้องไปจ่ายค่าบริการที่ศูนย์บริการ เพราะเราสามารถทำเองที่บ้านได้ครับ
แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ
(ตัวแอป True iService จะสรุปบิลทั้งหมดที่จะต้องจ่ายมาให้ทันที สะดวกมาก)
การชำระเงินมีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยแล้ว
การชำระค่าบริการผ่านทางบัตรเครดิตบนแอป True iService นั้น เราสามารถวางใจได้เพราะบริการการชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิตของ True iService นั้นผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากสถาบันการเงินชั้นนำในประเทศ ทั้งจากธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงศรีอยุธา เพราะฉะนั้นเราสามารถวางใจได้เลยว่าข้อมูลของเราจะปลอดภัยในทุกๆด้านครับ
แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือแนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ
ตรวจสอบบิลย้อนหลังได้
เราสามารถทำการตรวจสอบการชำระค่าบริการย้อนหลังของเราได้ผ่านทางแอป True iService ได้ เพราะฉะนั้นจึงสะดวกและรวดเร็ว เพราะสามารถทำการตรวจสอบได้เองผ่านทางมือถือของเราได้ง่ายๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปที่ช็อปหรือโทรไปคอลเซ็นเตอร์ให้วุ่นวายครับ
แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ
เช็คแพ็คเกจที่ใช้อยู่ และซื้อ Topping เพิ่มได้ผ่านทาง True iService
นอกจากการตรวจสอบค่าบริการและชำระค่าบริการจะทำได้สะดวกสบายผ่านทางแอป True iService บนมือถือของเราได้เองแล้ว เรายังสามารถที่จะเช็คแพ็คเกจของมือถือที่เราใช้อยู่ได้ ว่ามียอดการใช้งานดาต้าหรือเหลือเวลาการโทรในแพ็คเกจขณะนั้นเท่าไหร่ มีบริการเสริมอะไรอยู่ และสามารถเลือกซื้อแพ็คเกจเสริมเพิ่มเติมได้ผ่านทางแอปโดยตรง เพราะฉะนั้นเราไม่จำเป็นต้องเดินไปหน้าช็อปหรือโทรหาคอลเซ็นเตอร์ให้เสียเวลา เพราะทำได้ง่ายๆผ่านทาง True iService
แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ
(True iService จะบอกรายละเอียดแพ็คเกจของเราทั้งหมด)
แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ
(มีรายละเอียดของบริการเสริมแจ้ง ว่าเหลือบริการเสริมอยู่เท่าไหร่บ้าง)
แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ
(สามารถเลือกซื้อแพ็คเกจเพิ่มเติมได้โดยตรงผ่านทางแอป True iService)
เติมเงินมือถือง่ายๆ ผ่านทาง True iService
สำหรับใครที่ใช้งานระบบเติมเงินของ Truemove H อยู่ ก็สามารถที่จะเติมเงินเบอร์มือถือของตนเองผ่านทาง True iService นี้ได้ทันที โดยเติมได้ตั้งแต่ 50 บาทเป็นต้นไปครับ โดยเบอร์ของมือถือแบบเติมเงินนั้นเราจะเลือกเพิ่มเข้าไปในตัวแอป True iService กี่เบอร์ก็สามารถทำได้ หรือจะเติมเงินให้คนอื่นก็ทำได้ด้วยเช่นกัน ช่วยประหยัดเวลาเป็นอย่างมากทีเดียวครับ
แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ
นอกจากนี้เรายังสามารถตั้งค่าของหมายเลขของเราได้โดยตรงจากเมนู iControl ของ True iService เช่น สามารถเปิดใช้งานโรมมิ่งได้ด้วยตัวเอง เป็นต้น ทำให้ประหยัดเวลาไม่ต้องโทรหาคอลเซ็นเตอร์ให้เสียเวลาอีกต่อไปครับ
แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ
นอกจากนี้เรายังสามารถแจ้งปัญหาการใช้งานต่างๆของบริการ True ของเราได้เองผ่านทางแอป True iService ซึ่งในตัวแอปนั้นมีเมนูการแจ้งปัญหาในแบบแชทอยู่ครับ
แนะนำ True iService จะจ่ายบิล, เติมเงิน หรือเช็คยอด ก็ทำได้สะดวกบนมือถือ
แค่มีแอปTrue iService เรื่องอะไรๆก็สามารถทำได้สะดวกรวดเร็วขนาดนี้แล้ว ใครที่ใช้บริการของ True อยู่ละก็ อย่าลืมมาใช้งาน True iService กันดีกว่า เพียงเท่านี้เราก็ประหยัดเวลาไปได้มาก ทำให้มีเวลาเหลือไปทำอย่างอื่นได้อีกเพียบครับ

5/9/57


ทรูมันนี่ผู้ให้บริการบัตรเงินสดอิเล็กทรอนิกส์จับมือกับมาสเตอร์การ์ด และธนาคารธนชาติ เปิดตัวบริการใหม่ล่าสุด ชื่อว่า WeCard by TrueMoney บัตร MasterCard แบบเติมเงิน โดยมีให้เลือก 2 แบบคือ แบบบัตรพลาสติก (Physical Card) และแบบเสมือน (Virtual Card) ถือเป็นเจ้าแรกในไทยที่มีให้เลือกใช้งานถึง 2 แบบในบริการเดียว โดยไม่บังคับว่าจะต้องใช้บริการทั้งสองแบบ หรือต้องมีบัตรพลาสติกก่อนถึงสมัคร Virtual Card ได้ ถ้าเราต้องการใช้ซื้อของออนไลน์อย่างเดียว ก็สมัครแค่ Virtual Card ก็ได้

จุดเด่นของ WeCard by TrueMoney มีอยู่ 5 จุดหลัก คือ

  1. ความสะดวก บัตรเดียวซื้อได้ทั้งสินค้าออนไลน์ และรูดตามร้านค้าทั่วไปที่รับบัตรเครดิต MasterCard
  2. ใช้งานง่าย ไม่ต้องมีบัญชีธนาคาร ไม่ต้องยื่นเรื่อง ไม่ต้องใช้เอกสาร ไม่ต้องรออนุมัติ และใช้เวลาสมัครไม่ถึง 5 นาที
  3. สามารถเปิดและปิดการใช้งานบัตรได้ง่ายๆ ผ่านทางแอพ TrueMoney Wallet
  4. มีความปลอดภัย ไม่ต้องพกเงินสดเยอะๆ และสามารถควบคุมวงเงินได้ผ่านแอพ TrueMoney Wallet
  5. สิทธิประโยชน์มากมายจากร้านค้าต่างๆ
เบื้องต้นจะเปิดใช้งานในส่วนแบบเสมือน (Virtual Card) ก่อน สามารถสมัครได้ทันทีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยต้องจะใช้งานต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่นชื่อว่า TrueMoney Wallet มีให้ดาวน์โหลดทั้ง Android และ iOS
สำหรับบัตรพลาสติก (Physical Card) จะเปิดให้ใช้งานช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยจะต้องสมัครผ่านแอพ TrueMoney Wallet แล้วรอรับบัตรทางไปรษณีย์หลังจากสมัครบัตรแล้วประมาณ 5-7 วันทำการ หรือสามารถซื้อและเปิดใช้บัตรได้ทันทีได้ที่ 7-11 ทุกสาขา และร้านทรูทุกสาขา
ในช่วงแรก WeCard by TrueMoney จะเปิดให้บริการกับร้านค้าที่ใช้ระบบการชำระเงินในประเทศไทย และจะขยายให้บริการไปยังทุกร้านค้าทั่วโลกในเฟสต่อไป
การสมัครใช้บริการ Virtual Card ต้องสมัครผ่านแอพ TrueMoney Wallet ในการสมัครนั้นจะต้องผูกเบอร์กับบัญชีด้วย ตรงนี้ใช้เบอร์ของเครือข่ายอะไรก็ได้ จากนั้นจะมีเมนูขอเปิดใช้บริการการ WeCard ซึ่งการเปิดใช้งานนั้นใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย

เมื่อสมัครเสร็จจะได้รับหมายเลขบัตร 16 หลัก, เลข CVC 3 หลัก (Card Verification Code) และวันหมดอายุ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการซื้อสินค้าออนไลน์
อย่างที่กล่าวในตอนแรกว่า WeCard by TrueMoney เป็นบัตร MasterCard แบบเติมเงิน ในการใช้งานเราจึงจะต้องเติมเงินเข้า TrueMoney Wallet ซะก่อน ในการรูดใช้ซื้อของจะตัดเงินเหมือนกับบัตรเดบิต คือต้องมีเงินในระบบถึงจะรูดได้ การเติมเงินก็เติมได้ง่าย ๆ เพราะสามารถเติมเงินผ่าน 7-11 ได้
ในการดูข้อมูลบัตร Virtual Card จะต้อง login ด้วย User Name และ Password ระบบจะส่งเลข OTP (One Time Password) ทุกครั้งที่ขอข้อมูลบัตร มี SMS ยืนยันหลังจากทำรายการทุกครั้ง และสามารถเช็คประวัติการชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น Truemoney Wallet แบบ Real Time
สำหรับข้อดีของ WeCard by TrueMoney ที่ผมมองเห็นคือ เหมาะกับกลุ่มคนที่ไม่สามารถทำบัตรเครดิตได้ เช่น นักเรียนนักศึกษา หรือคนพึ่งเริ่มทำงาน บัตรนี้จะมีประโยชน์มากสำหรับกลุ่มนี้ ที่มีความต้องการซื้อของออนไลน์ หรือไม่อยากพกเงินสดเยอะๆ ก็เติมเงินเข้าระบบแล้วรูดผ่านบัตรเอา
สำหรับใครที่ชอบซื้อสินค้าออนไลน์ก็ลองสมัครบริการ WeCard by TrueMoney ดูครับ ง่ายและสะดวก แถมมีความปลอดภัย ส่วนใครรอบัตรแข็งก็ตุลาคมเจอกันครับ 
ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ truemoney.com/wecard/

20/8/57

ลองเล่นแอปพลิเคชัน M Stamp จาก 7 Eleven

ช่วงนี้หากแวะเข้าร้าน 7-Eleven (ซึ่งกลายเป็นคำที่เรียกแทนการไปร้านสะดวกซื้อ) คงได้เห็นแคมเปญใหม่ชื่อ M-Stamp ที่ต้องเล่นผ่านแอปพลิเคชัน 7-Eleven TH

ด้วยความใคร่ในข้อสงสัยว่าตกลงแล้ว M-Stamp ที่ว่านี้คืออะไร เลยถือโอกาสถามพนักงานร้านสักหน่อยว่า ตกลงแล้ว M-Stamp ทำอะไรได้บ้าง ?
พนักงานบอกว่า เป็นแคมเปญใหม่ที่ให้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ร่วมสนุกชิงของรางวัลในแคมเปญลุ้นลอยฟ้าคว้า M-Stamp ผมก็ไม่รอช้าดาวน์โหลดติดตั้งลงเครื่องทันที
ซึ่งสิ่งที่ต่อไปที่ต้องทำก็คือลองใช้งานจริงครับ

ลองเล่นแอปพลิเคชัน M Stamp จาก 7 Eleven

ก่อนอื่นที่จะเล่นแคมเปญ หรืออะไรก็ตามจะมีให้เข้าสู่ระบบก่อนครับ อันนี้ผมว่าคงไม่ใช่ปัญหาเพราะว่า สามารถเข้าสู่ระบบด้วย Facebook (ที่ทุกคนมีกันอยู่แล้ว) ภายในแอปนอกเหนือจากแคมเปญ M-Stamp แล้ว ยังมีเมนูอื่นให้ใช้บริการตั้งแต่ Counter Services หรือรายการแสดงโปรโมชันใหม่ๆ ซึ่งคุณผู้อ่านที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน 7-Eleven TH ลองใช้งานกันได้เลยครับ
เอาละหลังสำรวจดูภายในแอปคร่าวๆ แล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเข้าไปลองเล่นแคมเปญ M-Stamp สักที


ลองเล่นแอปพลิเคชัน M Stamp จาก 7 Eleven

อืม……..ผมว่า สิ่งที่น่าสนใจในแคมเปญนี้คือ การจับสิ่งที่กำลังเป็นกระแสอย่าง AEC (ASEAN Economics Community; ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) กล่าวคือ จะให้ผู้เล่นหรือตัวเราตามเก็บแสตมป์ที่อยู่ในเกม โดยแบ่งรูปแบบของแสตมป์ออกเป็น 2 ประเภท คือ แสตมป์มูลค่า 1 บาท กับแสตมป์มูลค่า 3 บาท ซึ่งวิธีการเล่นแสตมป์ทั้ง 2 แบบจะต่างกันออกไป

ลองเล่นแอปพลิเคชัน M Stamp จาก 7 Eleven

โดยแสตมป์ 1 บาท จะง่ายหน่อย เพียงแค่คอยจับแสตมป์ที่เป็น AR (Augmented reality) ให้เข้ามาอยู่เป้า ถ้าโชคดีหน่อยจับได้กล่องของขวัญสามารถนำไปแลกได้ที่ร้าน 7-Eleven ทุกสาขา
ส่วนแสตมป์ 3 บาท อันนี้ผมว่าน่าสนใจ เพราะมีรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย ตั้งแต่การเล่น Quiz Show โดยอาศัยความรู้รอบตัวเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน, เขย่าสมาร์ทโฟนเพื่อรับแสมป์, ถ่ายรูปน้องเซลวี่ที่ร้าน 7-Eleven หรือกระทั่งไล่จับแสตมป์ที่กำลังเคลื่อนที่

ความน่าสนใจของแสตมป์ 3 บาท ก็คงอยู่ที่ของรางวัล เพราะหากว่าเราเก็บได้ครบ 10 ดวง ก็จะมีโอกาสลุ้นรับ Internet TV ของ Sony ที่มีให้ร่วมสนุก 12 รางวัล

ลองเล่นแอปพลิเคชัน M Stamp จาก 7 Eleven

นอกเหนือจากนี้แล้ว ในอนาคตอันใกล้แคมเปญ M-Stamp จะมีความน่าสนใจมากขึ้น จากแสตมป์ประเภทอื่นๆ ที่รอจ่อคิว เช่น แสตมป์ที่แสดงถึงสถานที่สำคัญๆ อันเป็นแลนด์มาร์คของเพื่อบ้านในอาเซียน, อาหารจานเด็ด ไปจนถึงคำทักทายของแต่ละประเทศ ซึ่งผมว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ดีนะครับ เผื่อวันหนึ่งวันใดที่เรามีโอกาสได้เดินทางไปยังประเทศในภูมิภาคนี้
สำหรับแคมเปญ M-Stamp เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึง 25 พฤศจิกายน อย่าลืมนะครับว่า แคมเปญนี้เล่นได้ทั้ง iOS และ Android

19/8/57

มี Infographic แท็บเล็ตจอคม 2 รุ่นมาให้ชมครับ 2 รุ่นที่ว่าก็คือ Galaxy Tab S 8.1 และ Galaxy Tab S 10.5 เป็นแท็บเล็ตสองรุ่นล่าสุดจากซัมซุงที่เน้นความบันเทิงเป็นหลัก เหมาะกับคนที่ชอบดูหนัง เล่นเกม

โดย Infographic นี้จะอธิบายข้อมูลสเปกของทั้งสองรุ่นให้เราเข้าใจง่ายๆ ใครมองๆ แท็บเล็ตสองตัวนี้ลองดูครับ น่าจะเข้าใจขึ้นไม่มากก็น้อย


Huawei Ascend G6 วางขายในไทยแล้ว ราคา 5,990 บาท สามารถหาซื้อได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่าย Jaymart, TG, CSC, Banana IT และ Power Buy

ราคาเปิดตัว Ascend G6 : 5,990 บาท

จุดเด่น Ascend G6


  • หน้าจอ : IPS LCD, 4.5 นิ้ว, qHD (960 x 540 พิกเซล)
  • ซีพียู : Quad-core 1.2 GHz
  • แรม : 1GB
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 4.3 (Jelly Bean)
  • กล้องหลัง : 8 ล้านพิกเซล
  • หน่วยความจำภายใน : 4 GB
ข้อมูลสเปก Huawei Ascend G6

18/8/57


เผยโฉม MIUI 6 ออกมาให้ชมกันแล้ว ในเวอร์ชั่นนี้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้ามาหลายตัว หลักๆ จะมีฟีเจอร์พื้นฐานที่ Android L มี

ส่วนเรื่องการออกแบบของ UI จะยังคงเค้าโครงเดิมของ MIUI เวอร์ชั่นก่อนหน้า แต่ใน MIUI 6 จะเน้นสีสันที่สดใสขึ้น ดูวัยรุ่นขึ้น และมีความเรียบง่ายในตัว

สำหรับรายละเอีดยเพิ่มเิมอยากให้ชมต่อในคลิปครับ รองรับว่าจะชม และถ้าชอบก็อดใจรอ ตอนนี้ MIUI 6 กำลังอยุ่ในสถานะ Beta ครับ


15/8/57


Huawei วางขายแฟลเล็ตจอใหญ่ 7 นิ้วในไทยเป็นที่เรียบร้อย รุ่นที่ว่าก็คือ MediaPad X1 โดยวางขายอยู่ที่ราคา 11,990 บาท

สามารถหาซื้อ Huawei MediaPad X1 ได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่าย Jaymart, TG, CSC, Banana IT และ Power Buy

สเปก Huawei MediaPad X1

  • หน้าจอ : IPS LCD, 7.0 นิ้ว, WUXGA (1920 x 1200 พิกเซล)
  • ซีพียู : Hisilicon Kirin 910 Quad-core 1.6 GHz Cortex-A9
  • แรม : 2GB
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 4.2 (Jelly Bean)
  • กล้องหลัง : 13 ล้านพิกเซล 
  • กล้องหน้า : 5 ล้านพิกเซล
  • หน่วยความจำภายใน : 16 GB
  • โทรได้
  • รองรับ 3G
  • รองรับ 4G

ข้อมูลสเปก Huawei MediaPad X1

5/8/57



วันนี้พึ่งไปย้ายค่ายเบอร์เดิมมาครับ ย้ายจาก AIS มา My by CAT สาเหตุคือมีเบอร์ AIS 2 เบอร์ เบอร์เล่นเน็ตกับเบอร์ติดต่องาน จะสมัครแพกเก็จเน็ตทั้งสองเบอร์ก็ยังไงๆ อยู่ เลยตัดสินใจย้ายค่ายเบอร์เดิม เพื่อใช้เน็ต My by CAT รวมด้วย

ก่อนหน้านี้ผมแนะนำวิธีเช็คเบอร์โทรซิม My by CAT ส่วนเนื้อหาจริงๆ ในบล็อกนี้คือ จะแนะนำวิธีเช็คยอดคงเหลือซิม My by CAT ครับ แรกๆ ผมก็งงเหมือนกัน มันต้องเช็คยอดเงินยังไงว่ะ ขนาดเบอร์ Call Center ยังไม่รุ้เลย ฮ่าๆ

สำหรับวิธีเช็คยอดคงเหลือซิม My by CAT มี 2 วิธีครับ คือ


  1. กด *902# แล้วโทรออก ระบบจะตอบกลับเป็นข้อความกลับมา ไม่เสียค่าบริการครับ แต่จะไม่มีรายละเอียดพวกวันหมดอายุบอก
  2. กด *2002 เป็นเบอร์เช็คยอดคงเหลือแบบระบบเสียง วิธีนี้บอกทั้งยอดคงเหลือ และวันหมดอายุ โทรฟรีอีกเช่นกันครับ